ปปัญจธรรม คือ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ นี่แหละครับที่ก่อให้เกิดการต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นกิเลสชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่คู่กับ โลภะ โทสะ โมหะ
ตัณหาความอยากได้ใคร่มีทำให้แย่งชิงต่อสู้ให้ได้มา มานะ เป็นความถือตัวถือตน คิดว่าตนเองใหญ่ ยึดตัวกูของกู ทำให้ไม่เกรงกลัวผู้ใด ก่อให้เกิดสงครามแย่งชิงเช่นกัน
ทิฏฐิ คือ ความคิด ความเห็น อุดมการณ์ ตัวนี้ใหญ่เลยครับ ใหญ่เสียใจทำให้เกิดความหลงผิด เป็นมิจฉาทิฏฐิ การต่อสู้ด้วยทิฏฐินี้ เป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน ไม่มีทางสิ้นสุด เพราะเป็นความคิดที่ฝังหัว ปลูกฝังสู่ลูกสู่หลาน กลายเป็นวัฒนธรรมของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไป
ตอนนี้ในสังคมไทยกำลังเข้าสู่สภาวะที่หลายคนกำลังลุ่มหลงมัวเมาใน ปปัญจธรรม คือ อยากได้อยากไม่ ยึดมั่นตัวตน ยึดในทิฏฐิของตน ทำให้สังคมปั่นป่วน จวนเจียนเต็มที
แต่สังคมนี้เราหลายคนยังไม่ทราบว่า ตกอยู่ในกิเลสเหล่านี้ กลับมองเห็นเป็นเรื่องปกติ นี่แหละประเทศไทย น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งครับ
ตัวอย่างตัณหาก่อให้เกิดสงคราม:
อเมริกาอยากได้ทรัพยากรน้ำมันจากตะวันออกกลางเลยเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม (ตัณหา)
ศากยวงศ์รังเกียจพระเจ้าวิฑูฑภะ ที่เกิดจากพระเจ้าปเสนทิโกศลกับนางทาสที่ราชวงศ์ศากยะย้อมแมวส่งไปให้เป็นการถือตัวตน ถือวรรณะ สุดท้ายพระเจ้าวิฑูฑภะล้างราชวงศ์ศากยะจนเกือบสูญสิ้น จนไม่เหลืออำนาจ (มานะ)
สงครามระหว่างอิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ เป็นเรื่องของดินแดนตามพันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้ว่า ดินแดนแห่งพระเจ้าประทานให้ กลายเป็นสงครามยืดเยื้อจากอดีตถึงปัจจุบัน (ทิฏฐิ)
จะเห็นได้ว่า สงครามที่เกิดจาก ทิฏฐิ นี้เป็นสงครามที่ยืดเยื้อสิ้นสุดได้ยาก ใช้ระยะเวลายาวนาน และไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุด
ทุกวันนี้สังคมไทยก็ได้เห็นแล้วว่า ความแตกแยกทางสังคมของเราเกิดความเห็นต่าง ซึ่งนั่นก็คือ ทิฏฐิ ตามหลักพุทธศาสนา เป็นทิฏฐิของตนเอง ของฝ่ายตนเอง และไม่ต้องถามว่าเป็นทิฏฐิแบบ สัมมาทิฏฐิ หรือ มิจฉาทิฏฐิ
หากเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วย่อมเห็นเหมือนกัน เห็นความจริงแท้แน่นอนของสรรพสิ่ง เห็นทั้งเขาและเรา เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม แล้วความเดือดร้อนจะเกิดได้อย่างไร
ทิฏฐิที่สร้างปัญหาทุกวันนี้คือ มิจฉาทิฏฐิ อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแดง หรือ กปปส. ก็ทิฏฐิฝ่ายตัวเองทั้งนั้น... หรือว่าใครมีความเห็นต่างบ้างครับ...
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความแตกแยก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความแตกแยก แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ความแตกแยกของสังคม... คงยากที่จะเยียวยา...
ไม่ได้อยู่กับสังคมออนไลน์เสียนาน กลับมาครั้งนี้ก็ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก เมื่อเห็นสภาพของการสื่อสารในสังคมออนไลน์ เพราะต่างต้องการแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตนเองเสียจนความเป็นอยู่ของสังคมเริ่มวิกฤติ ต่างคนต่างมีวิถีคิด ต่างคนต่างมีจิตวิญญาน และที่เลวร้ายคือ แต่ละคนสามารถแสดงความเห็นอย่างอิสระ และไร้ความรับผิดชอบ...
ตอนนี้ปัญหาใหม่ที่อยู่คู่กับโลกไซเบอร์คือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ข่าวโจมตีมุ่งร้าย... สาระพัดที่จะมี
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การส่งสารออกไป เพราะคนส่งมีแนวคิดจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนว่าจะส่งสารเพื่ออะไร แต่ปัญหากลับอยู่ที่ผู้รับสารที่ไม่สามารถแยกแยะ วิเคราะห์ข่าวสารนั้น ๆ ทำให้เกิดความหลงเชื่อในข่าวสาร และที่สำคัญการรับสารและส่งสารสามารถทำได้ในเวลาไล่เลี่ยกันเสียจนผู้รับที่กลายเป็นผู้ส่งไม่สามารถไล่เรียง วิเคราะห์แยกแยะ
เมื่อวงจรการรับและการส่งมันรวดเร็วเสียอย่างนั้น ความความผิดพลาดย่อมตามมา และยากที่จะแก้ไขในเวลาอันรวดเร็ว... การส่งออกง่ายกว่าเร็วกว่า แต่การแก้ไขยากกว่าหลายเท่านัก...
เมื่อการรับสารขาดศักยภาพทำให้เกิดการกระตุ้นความคิดตามจุดมุ่งหมายของผู้สื่อ และทำให้เกิดข้อวิพากย์ ขัดแย้งและลุกลามไปเป็นวงกว้าง เพราะทุกคนต่างมีความคิด มีตัวตน และการสื่อออกมักจะผสมความคิดเห็นตามความรู้สึกของตนอีก
ความขัดแย้งที่รุนแรงในประเทศไทยขณะนี้คือ ความแตกแยกทางการเมือง อันที่จริงแล้วความแตกแยกทางความคิดและการเมืองเป็นเรื่องปกติของหลาย ๆ สังคม หลายชุมชน แต่ที่ผิดปกติของสังคมไทย คือ ความแตกแยกทางการเมืองเชิงทำลาย...
หมายถึงความพยายามที่จะทำลายฝ่ายตรงข้ามเพื่อไม่ให้ขัดขวางหรืออยู่ร่วมกันได้ มีการตามล้างตามเช็ดกันแบบไม่ให้โอกาส ไม่ว่าฝ่ายไหนก็เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว...
ความพยายามสร้างความปรองดองถึงกลับเป็นแผนหรือวาระแห่งชาติตามที่หลายฝ่ายเสนอ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันก็เป็นเพียงแผนหรือแนวคิดตามความรู้สึกของตนหากคนอื่นไม่เห็นด้วยก็ถือว่าเป็นปฏิปักษ์ พาลจะไม่ให้ความร่วมมือ หรือดื้อดึงในความคิดตนเอง หรือไม่ก็ปฏิเสธความคิดคนอื่นโดยไม่พิเคราะห์เสียก่อน
ความพยายามเหล่านี้มักไร้ผลหากเราไม่เข้าใจว่าสังคมไทยมีความเป็นมาอย่างไร... ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่แตกต่างกันมากนัก การทำลายล้างทางการเมืองมีแต่ในสมัยโบร่ำโบราณ ก็ยังมีเหมือนเดิม เป็นหนังม้วนเดิมแต่เปลี่ยนเวลาฉายและเปลี่ยนฉากเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนตัวแสดงก็เท่านั้น...
ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้...
ตอนนี้ปัญหาใหม่ที่อยู่คู่กับโลกไซเบอร์คือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ข่าวโจมตีมุ่งร้าย... สาระพัดที่จะมี
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การส่งสารออกไป เพราะคนส่งมีแนวคิดจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจนว่าจะส่งสารเพื่ออะไร แต่ปัญหากลับอยู่ที่ผู้รับสารที่ไม่สามารถแยกแยะ วิเคราะห์ข่าวสารนั้น ๆ ทำให้เกิดความหลงเชื่อในข่าวสาร และที่สำคัญการรับสารและส่งสารสามารถทำได้ในเวลาไล่เลี่ยกันเสียจนผู้รับที่กลายเป็นผู้ส่งไม่สามารถไล่เรียง วิเคราะห์แยกแยะ
เมื่อวงจรการรับและการส่งมันรวดเร็วเสียอย่างนั้น ความความผิดพลาดย่อมตามมา และยากที่จะแก้ไขในเวลาอันรวดเร็ว... การส่งออกง่ายกว่าเร็วกว่า แต่การแก้ไขยากกว่าหลายเท่านัก...
เมื่อการรับสารขาดศักยภาพทำให้เกิดการกระตุ้นความคิดตามจุดมุ่งหมายของผู้สื่อ และทำให้เกิดข้อวิพากย์ ขัดแย้งและลุกลามไปเป็นวงกว้าง เพราะทุกคนต่างมีความคิด มีตัวตน และการสื่อออกมักจะผสมความคิดเห็นตามความรู้สึกของตนอีก
ความขัดแย้งที่รุนแรงในประเทศไทยขณะนี้คือ ความแตกแยกทางการเมือง อันที่จริงแล้วความแตกแยกทางความคิดและการเมืองเป็นเรื่องปกติของหลาย ๆ สังคม หลายชุมชน แต่ที่ผิดปกติของสังคมไทย คือ ความแตกแยกทางการเมืองเชิงทำลาย...
หมายถึงความพยายามที่จะทำลายฝ่ายตรงข้ามเพื่อไม่ให้ขัดขวางหรืออยู่ร่วมกันได้ มีการตามล้างตามเช็ดกันแบบไม่ให้โอกาส ไม่ว่าฝ่ายไหนก็เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว...
ความพยายามสร้างความปรองดองถึงกลับเป็นแผนหรือวาระแห่งชาติตามที่หลายฝ่ายเสนอ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันก็เป็นเพียงแผนหรือแนวคิดตามความรู้สึกของตนหากคนอื่นไม่เห็นด้วยก็ถือว่าเป็นปฏิปักษ์ พาลจะไม่ให้ความร่วมมือ หรือดื้อดึงในความคิดตนเอง หรือไม่ก็ปฏิเสธความคิดคนอื่นโดยไม่พิเคราะห์เสียก่อน
ความพยายามเหล่านี้มักไร้ผลหากเราไม่เข้าใจว่าสังคมไทยมีความเป็นมาอย่างไร... ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่แตกต่างกันมากนัก การทำลายล้างทางการเมืองมีแต่ในสมัยโบร่ำโบราณ ก็ยังมีเหมือนเดิม เป็นหนังม้วนเดิมแต่เปลี่ยนเวลาฉายและเปลี่ยนฉากเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนตัวแสดงก็เท่านั้น...
ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)